26 ม.ค. 69

ทำไมการติดตั้ง พื้นยกสำเร็จรูป ถึงต้องอาศัยมาตรฐานวิศวกรรม?ในยุคที่เทคโนโลยีและการจัดการพื้นที่ภายในอาคารมีความซับซ้อนมากขึ้น พื้นยกสำเร็จรูป (Raised Floor) กลายเป็นโซลูชันสำคัญที่ไม่เพียงแต่ช่วยจัดระเบียบสายไฟ สายสัญญาณ หรือระบบปรับอากาศใต้พื้นให้เป็นระเบียบเท่านั้น แต่ยังส่งผลต่อความปลอดภัยของโครงสร้างอาคารและระบบไฟฟ้าโดยรวมอย่างไรก็ตาม ปัญหาที่พบบ่อยที่สุดของเจ้าของโครงการไม่ใช่ "คุณภาพของแผ่นพื้น" แต่คือ "มาตรฐานการติดตั้ง" การติดตั้งที่ไม่ผ่านการคำนวณหรือการวางระดับที่แม่นยำ อาจส่งผลให้พื้นกระดก มีเสียงดังเมื่อเดิน หรือในกรณีร้ายแรงคือโครงสร้างขาตั้งรับน้ำหนักไม่ไหวจนเกิดความเสียหายต่ออุปกรณ์มูลค่ามหาศาลภายในห้อง Server หรือ Data Centerบทความนี้ เราจะพาคุณไปเจาะลึกทุกขั้นตอนการติดตั้งพื้นยกสำเร็จรูปตามมาตรฐานสากล เพื่อให้คุณมั่นใจได้ว่าทุกตารางเมตรของพื้นที่ใช้งานจะแข็งแรง ทนทาน และคุ้มค่ากับการลงทุนมากที่สุด

- การตรวจสอบระดับความสูง: ทีมช่างต้องใช้เครื่องเลเซอร์วัดระดับ (Laser Level) เพื่อหาจุดสูงสุดและต่ำสุดของห้อง เพื่อกำหนดความสูงของขาตั้ง (Finished Floor Height - FFH)
- การจัดการฝุ่นและพื้นผิว: สำหรับห้อง Clean Room หรือ Data Center พื้นคอนกรีตเดิมควรมีการเคลือบ Epoxy Coating หรือ Anti-Static Paint เพื่อป้องกันฝุ่นปูน (Concrete Dust) ที่อาจลอยขึ้นมาทำลายอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์
- การวางจุด Start Point: ทีมติดตั้งต้องวางแผนตำแหน่งการวางแผ่นเต็มแผ่นแรกที่จุดไหน เพื่อให้แผ่นที่ต้อง "ตัด" บริเวณขอบกำแพงมีขนาดที่สมมาตรและเหลือเศษน้อยที่สุด
เมื่อพื้นผิวสะอาดและพร้อมแล้วขั้นตอนต่อไปคือการทำเครื่องหมาย (Marking)
- Grid System: โดยปกติแผ่นพื้นยกจะมีขนาดมาตรฐาน600x600 มม. ทีมช่างจะตีเส้นชอล์กหรือใช้เลเซอร์ยิงแนวเส้นตารางให้ทั่วห้อง
- ความแม่นยำของฉาก: หากแนว Gridเอียงเพียงเล็กน้อยที่จุดเริ่มต้น เมื่อติดตั้งไปถึงปลายห้องแผ่นจะเบี้ยวจนไม่สามารถลงล็อกได้ ดังนั้นการตรวจสอบฉาก (90 องศา)จึงเป็นเรื่องที่ยอมผิดพลาดไม่ได้
โครงสร้างรองรับเปรียบเสมือน"กระดูกสันหลัง" ของระบบพื้นยก
● ขาตั้งพื้นยก(Pedestal):ฐานของขาตั้งต้องยึดติดกับพื้นคอนกรีตด้วยกาวกาวอีพ็อกซี่ (Pedestal Adhesive)สูตรเฉพาะที่มีแรงยึดเกาะสูงในบางกรณีที่ต้องการความแข็งแรงเป็นพิเศษอาจมีการใช้พุกยึด (Mechanical Anchor)
● การติดตั้งคาน(Stringer):คานเหล็กจะถูกยึดเข้ากับหัวขาตั้งด้วยสกรูเพื่อเชื่อมต่อขาตั้งแต่ละต้นเข้าด้วยกันขั้นตอนนี้จะช่วยเพิ่มความมั่นคงทางด้านข้าง (Lateral Stability)และช่วยให้พื้นยกสามารถรับน้ำหนักแบบ Static Load และ Rolling Load ได้ดียิ่งขึ้น
โครงสร้างรองรับเปรียบเสมือน "กระดูกสันหลัง" ของระบบพื้นยก
- ขาตั้งพื้นยก (Pedestal): ฐานของขาตั้งต้องยึดติดกับพื้นคอนกรีตด้วยกาวกาวอีพ็อกซี่ (Pedestal Adhesive) สูตรเฉพาะที่มีแรงยึดเกาะสูง ในบางกรณีที่ต้องการความแข็งแรงเป็นพิเศษอาจมีการใช้พุกยึด (Mechanical Anchor)
- การติดตั้งคาน (Stringer): คานเหล็กจะถูกยึดเข้ากับหัวขาตั้งด้วยสกรู เพื่อเชื่อมต่อขาตั้งแต่ละต้นเข้าด้วยกัน ขั้นตอนนี้จะช่วยเพิ่มความมั่นคงทางด้านข้าง (Lateral Stability) และช่วยให้พื้นยกสามารถรับน้ำหนักแบบ Static Load และ Rolling Load ได้ดียิ่งขึ้น
แม้พื้นคอนกรีตจะขรุขระ แต่พื้นยกต้อง "เรียบกริบ"
- การปรับละเอียด: ขาตั้งพื้นยกสามารถหมุนปรับระดับความสูงได้ (Threaded Rod) ช่างจะปรับหัวขาตั้งให้ได้ระดับตามแนวเลเซอร์
- Locking System: เมื่อได้ระดับที่ต้องการแล้ว จะต้องทำการล็อกน็อตให้แน่น เพื่อป้องกันระดับคลาดเคลื่อนจากการใช้งานหรือแรงสั่นสะเทือนในอนาคต
เมื่อโครงสร้างขาตั้งและคานแข็งแรงแล้ว จึงเริ่มขั้นตอนการวางแผ่น
Sequence การวาง: โดยทั่วไปจะเริ่มวางแผ่นจากบริเวณทางเข้าหลักของพื้นที่ เพื่อให้ตำแหน่งดังกล่าวเป็นแผ่นเต็ม (Full Panel) และจัดให้แผ่นตัดหรือแผ่นเศษอยู่บริเวณปลายพื้นที่หรือมุมห้องแทน เหตุผลที่กำหนดลำดับการวางในลักษณะนี้ เนื่องจากบริเวณทางเข้าและพื้นที่ติดตั้งอุปกรณ์หลักถือเป็นจุดสำคัญที่มีการสัญจรและรับน้ำหนักสูง การจัดวางแผ่นเต็มในตำแหน่งดังกล่าวจะช่วยเพิ่มความแข็งแรงมั่นคงต่อการรับน้ำหนักของระบบพื้นยกโดยรวมได้อย่างมีประสิทธิภาพ
การเลือกวัสดุหน้าแผ่น (Finishes):
- HPL (High Pressure Laminate): เหมาะสำหรับห้องควบคุม ห้อง Server ห้องไฟฟ้า เพราะป้องกันไฟฟ้าสถิตได้ดี
- PVC/Vinyl: เหมาะสำหรับสำนักงานทั่วไปที่เน้นความสวยงามและการทำความสะอาดง่าย
- Bare Panel: สำหรับพื้นที่ที่ต้องการปูพรมแผ่น (Carpet Tile) ทับอีกชั้น
ขั้นตอนที่พิสูจน์ฝีมือช่างมากที่สุดคือ "งานขอบ"
- การวัดระยะขอบ: แผ่นพื้นยกบริเวณชิดผนังมักจะต้องถูกตัดด้วยเครื่องตัดความเร็วสูงเพื่อให้เข้ามุมพอดี
- การใส่ขอบยาง (Edging): บริเวณที่ตัดต้องมีการปิดขอบเพื่อความเรียบร้อยและป้องกันความชื้น
- อุปกรณ์เสริม: หากมีการเดินสายไฟขึ้นมาบนพื้น จะต้องมีการเจาะช่องใส่ Grommet (ฝาครอบช่องสายไฟ) หรือติดตั้ง Floor Plug ให้เรียบร้อย
ก่อนส่งมอบงานให้ลูกค้า ทีม QC ของ CSPM จะต้องตรวจสอบตามรายการดังนี้:
- Rocking Test: เดินตรวจสอบทุกแผ่นว่ามีการกระดกหรือไม่ หากมีต้องปรับระดับใหม่ทันที
- Visual Check: รอยต่อระหว่างแผ่นต้องเรียบสนิท ไม่มีช่องว่างที่กว้างเกินมาตรฐาน (Gap Check)
- Cleanliness: ดูดฝุ่นภายในช่องว่างใต้พื้น (Underfloor Void) อีกครั้งก่อนปิดแผ่นถาวร เพื่อไม่ให้มีเศษวัสดุก่อสร้างขวางทางลมระบบปรับอากาศ
การลงทุนกับ พื้นยกสำเร็จรูป (Raised Floor) คือการลงทุนเพื่อโครงสร้างพื้นฐานของธุรกิจในระยะยาว ไม่ว่าจะเป็นห้องมั่นคงข้อมูล (Data Center), ห้องควบคุม (Control Room) หรือสำนักงานอัจฉริยะ การเลือกทีมติดตั้งที่มีประสบการณ์และใช้วัสดุที่ได้มาตรฐานสากล จะช่วยลดค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาและป้องกันอุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้นได้
CSPM เราคือผู้เชี่ยวชาญด้านระบบพื้นยกสำเร็จรูปครบวงจร ตั้งแต่การออกแบบ คำนวณโครงสร้าง ไปจนถึงการติดตั้งโดยทีมช่างมืออาชีพ หากคุณกำลังมองหาโซลูชันพื้นยกที่ตอบโจทย์ทั้งความแข็งแรงและความสวยงาม ปรึกษาเราได้วันนี้
ที่มาของบทความ : https://www.atrio.co.th/blog/raised-access-floor-installation.html